ผู้เขียน หัวข้อ: What you should know *ส่วนสรุปโดยสรุปของยุคประวัติศาสตร์ภาษากรีก  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 26, 2019, 04:52:57 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 818
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

สมัยก่อนประวัติศาสตร์ (The Prehistoric Periods) ตามหลักความเป็นจริง สมัยก่อนประวัติศาสตร์แสดงว่า สมัยที่เกิดขึ้นก่อนการบันทึกเรื่องราวต่างๆโดยมนุษย์ ซึ่งข้อมูลที่พวกเราได้มานั้นมาจากนักโบราณคดี ตำนาน รวมทั้งจารีตประเพณีที่ตกทอดต่อกันมา
ยุคหินเก่า ยุคหินกึ่งกลาง และก็ยุคหินใหม่ (Paleolithic, Mesolithic and Neolithic Periods)
ยุคหินเก่า ยุคหินกึ่งกลาง และก็ยุคหินใหม่ เป็นยุคหินที่อยู่ในตอนของความเคลื่อนไหวอารยธรรมในสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน โดยเฉพาะขั้นแรกเริ่มของยุคหินใหม่ที่มีการเปลี่นแปลงครั้งยิ่งใหญ่ จากวิถีทางการดำเนินชีวิตแบบร่อนเร่พเนจรมาเป็นการดำรงชีวิตในหมู่บ้านรวมทั้งมีอาชีพเกษตรกรรม
ยุคสำริด (The Bronze Age 3000 – 1100 B.C.) (ข้างหลังยุคหินรวมทั้งก่อนยุคเหล็ก) ระบบการแบ่งยุคเป็นแนวคิดมาจากระดับการพัฒนาของมนุษยชาติ เริ่มจากยุคหิน ถัดมายุคสำริดแล้วก็ยุคเหล็ก ซึ่งในขณะนั้นคำว่า “อุตสาหกรรม อวกาศหรือนิวเคลียร์” ยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งในโลกปัจจุบันก็ถูกตั้งให้อยู่ในบรรทัดฐานเดียวกัน ตามหลักกฏเกณฑ์ในโบราณคดีวิทยา ยุคสำริดแบ่งออกเป็นสมัยย่อยๆ3 ยุค เป็น ต้น กึ่งกลาง ปลาย อารยธรรมมิโนอัน(Minoan) บนเกาะครีต (Crete) เป็นอารยธรรมที่ดั้งเดิมที่สุดในบรรดาอารยธรรมกรีก เข้ามามีอำนาจปกคลุมในช่วงต้นแล้วก็กลางของสมัย ซึ่งบดบังอารยธรรมไมซีแนเอียน (Mycenaean) ที่มีอิทธิพลอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของกรีซในตอนปลายของยุคสำริด
ยุคเหล็กตอนแรก (The Early Iron Age 1100 – 900 B.C.) อารยธรรมไมซีแนเบื่อ (Mycenaean) ได้พังทลายในช่วงท้ายของยุคสำริด ซึ่งทำให้ศูนย์กลางเมืองที่ใหญ่มหึมารโหฐานหายไปกับการลดน้อยลงของจำนวนพลเมืองในสภาพแวดล้อมพื้นที่ใกล้เคียง วัฒนธรรมก็ชำรุดทรุดโทรม ยกตัวอย่างเช่น ศิลป์สำหรับเพื่อการเขียน การขาดแคลนข้อมูลที่เกิดขึ้นในยุคนี้ทำให้ยากแก่การรู้เรื่องของการเปลี่ยนแปลงช่วง ครั้งคราวยุคนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ยุคมืด (Dark Age)” ในขนบธรรมเนียมภาษากรีกโบราณได้กล่าวไว้ว่า ทหารเผ่าดอเรียน (Dorian) ได้รุกล้ำทางตอนใต้ของกรีซ ก็เลยได้ไล่ส่งพวกไมซีแนเบื่อทั้งหลายแหล่ออกไป ในเวลาต่อมาไม่นาน ได้บังคับให้ชาวกรีกออกไปจากที่ที่อยู่ ให้ย้ายไปอยู่กับทวีปเอเชียไมเนอร์ (ดินแดนทางด้านตะวันตกเฉใต้ของทวีปเอเชียที่เชื่อมต่อระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรป แหลมอานาโตเลีย) จากที่สมมุติไว้ว่า นำโดยผู้สืบทอด Ion ของเอเธนส์ และไปตั้งถิ่นฐานใหม่ตามริมฝั่งไอโอเนียน (Ionian)
สมัยเรขาคณิต (The Geometric Period 900-700 B.C.) ในช่วงยุคนี้ได้มีการเริ่มนครรัฐ รวมทั้งเอเธนส์ (Athens) โครินธ์ (Corinth) และก็สปาร์ตา (Sparta) เป็นยุคที่เริ่มมองเห็นการพัฒนาประเสริฐเกี่ยวกับศิลป์ ผลิตผลในรูปแบบของกระเบื้องเคลือบ แล้วก็ลุกขึ้นค้าขายกับพื้นที่ใกล้เคียงในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีการตั้งกรุ๊ปในอิตาลีและก็ซิซิลี ช่วงกึ่งกลางของศตวรรษที่ 8 การพัฒนาสำหรับเพื่อการเขียนนั้นได้นำยุคมืดออกมาเปลี่ยนเป็นยุคประวัติศาสตร์ที่พวกเราสามารถพูดได้อย่างถูกต้อง นักแต่งกลอนในตำนานชาวภาษากรีกโฮเมอร์ (Homer) ซึ่งชาวภาษากรีกโบราณเชื่อกันว่าโฮเมอร์เป็นนักประวัติศาสตร์ ผู้ครอบครองมหากาพย์อีเลียด (Iliad) รวมทั้งโอดิสซีย์ (Odyssey) ได้แพร่ไปไปทั่วในยุคนี้ด้วยจ้ะ
สมัยโบราณ (The Archaic Period 700-480 B.C.) กรีซสมัยอาร์เคอิค
ความเจริญของแต่ละนครรัฐทำให้ศูนย์กลางด้านการเมืองศาสนา ปรัชญา แล้วก็การพัฒนาศิลปะมากขึ้นหลายๆเมืองในแผ่นดินใหญ่ภาษากรีก หมู่เกาะอีเจียน (Aegean Islands) รวมทั้งชายฝั่งไอโอเนียนถูกควบคุมโดยทรราช ซึ่งไม่เป็นไปตามอำนาจรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเป็นไปตามความนิยมชมชอบของผู้ที่ได้การสนับสนุนมากกว่า ผลงานการบรรลุเป้าหมายในยุคนี้มองเห็นได้จาก รูปปั้นเชิงอนุสาวรีย์สถาปัตยกรรมวิหารหิน และก็แผนผังสิ่งปลูกสร้างเมืองในส่วนท้ายของศตวรรษที่ 6 เมืองภาษากรีกต่างๆที่อยู่ทางทิศตะวันออกของอีเจียนและเอเชียไมเนอร์ถูกอาณาจักรอิหร่านครอบครอง การปฏิวัติของชาวภาษากรีกที่อาศัยอยู่บนริมฝั่งไอโอเนียนล้มเหลว ทำให้ชาวอิหร่านรุกรานแผ่นดินใหญ่กรีซ 490-480 ปีก่อนคริสต์กาล ซึ่งยุคโบราณได้จบลงอย่างเป็นทางการพร้อมกับความแพ้พ่ายของกองทหารเปอร์เซียในการสู้รบสาลามิส หลังจากการปราบกองทหารอิหร่าน เอเธนส์กลับมามีอำนาจควบคุมนครรัฐต่างๆของกรีซหรือเรียกว่าสันนิบาตเดเลียน (Delian League) สำหรับเพื่อการผนึกกำลังกันแล้วก็จัดระเบียบเตรียมพร้อมคุ้มครองปกป้องการรุกรานจากอิหร่านอีก คุ้มครองผลตอบแทนและสร้างความยั่งยืนและมั่นคงให้นครรัฐของตนเอง
สมัยคลาสสิค (The Classical Period 480-323 B.C.) ในความเห็นของนักประวัติศาสตร์ จุดสุดยอดของอารยธรรมภาษากรีก เป็นวรรณคดี อักษรศาสตร์ บทละคร และก็ศิลป์ ซึ่งรุ่งโรจน์สูงที่สุดในโลกของภาษากรีก ในช่วงต้นๆของสมัยคลาสสิค เอเธนส์มีอำนาจร่ำรวย รวย แล้วก็บรรลุผลสำเร็จสำหรับการนำระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลมาเป็นหัวเรือ เอเธนส์ยังสมบูรณ์บริบูรณ์ไปด้วยบ่อแร่เงิน โดยสันนิบาตเดเลียนใช้เป็นส่วยกระทั่งในที่สุดเปลี่ยนเป็นอาณาจักรเอเธนส์อย่างแท้จริง การวางแผนงานการสร้างอาคารในเอเธนส์รวมทั้งวิหารพาร์เธนอน โบสถ์ต่างๆและเมืองบริวารเกิดขึ้นในยุคนี้เช่นเดียวกัน ในช่วงท้ายของศตวรรษที่ 5 ความขัดแย้งของนครรัฐภาษากรีกต่างๆส่งผลให้เกิดการศึกเปลโอปอนนีเซียน (Peloponnesian War) ทำให้เอเธนส์ถูกบดขยี้กระทั่งบรรลัย ซึ่งในทศวรรษต่อมา พระผู้เป็นเจ้าฟิลิปที่ 2 ที่อาณาจักรมาสิโดเนียน (Macedonian) เริ่มเข้ามามีอำนาจดูแลจนกระทั่งบรรลุถึงที่สุดในยุคพระผู้เป็นเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
ยุคเฮเลนนิสติค (The Hellenistic Period 323- 31 B.C.) การผสมผสานระหว่างปรัชญารวมทั้งวัฒนธรรมเจริญรุ่งเรืองของชนชั้นปกครอง ทำให้กลายเป็นวัฒนธรรมแบบใหม่ที่รุ่งเรืองเพิ่มขึ้น หลังจากพระผู้เป็นเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชสวรรคต เมื่อพระชนมายุ 33 ปี มีกษัตริย์ดูแลกรีซสืบต่อมาอีก 3 รัชกาลจักรวรรดิถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน เป็น ทวีปเอเชียไมเนอร์ อียิปต์ รวมทั้งอาณาจักรมาสิโดเนียในกรีซ แว่นแคว้นเฮเลนนิสติคเป็นศูนย์กลางของการศึกษาและการเกื้อกูลในศิลปะ ตัวอย่างเช่น สถาบัน รวมทั้งห้องสมุดที่อเล็กซานเดรียและที่เพอร์ราคะอน ซึ่งมีบทบาทรับผิดชอบรักษา และถ่ายทอดความเป็นนักวิชาการแล้วก็บทประพันธ์รุ่นแรกๆในที่สุดเอเธนส์ก็เป็นศูนย์กลางทางการเมืองที่สำคัญ และก็ยังเป็นบ้านกำเนิดของสถานศึกษาปรัชญาที่สำคัญอีกด้วย
ยุคโรมันในกรีซ (The Roman Period in Greece 31 B.C. – A.D. 323) สุดท้ายอาณาจักรเฮเลนนิสติคถูกดูด เพราะว่าอำนาจของโรมันที่เติบโตล้ำหน้ากว่า 31 ปีก่อนคริสต์กาล ความพ่ายแพ้และการถึงแก่กรรมของแอนโทนี (Antony) รวมทั้งคลีโอพัตรา (Cleopatra) ผู้ปกครองราชวงค์ปโตเลมีองค์ท้ายที่สุด อ็อกตาเวียน (Octovian) ก็เลยได้รวบรวมภาษากรีกทั้งสิ้นเข้าด้วยกันไปยังอาณาเขตโรมัน ศูนย์การเรียนรู้และก็ศิลป์ต่างๆในรัฐเอเธนส์ โรด เดลอส เดลฟี ยังดำเนินเฟื่องฟูต่อไปในยุคโรมัน โดยเฉพาะภายใต้การเกื้อกูลของจักรพรรดิ์ฟิเฮเลนนิค มีเมืองโรมันหลักๆในทวีปเอเชียไมเนอร์ยกตัวอย่างเช่น Hadrian, Ephesos, Pergamon แล้วก็ Aphrodisias
ยุคไบแซนไทน์ในกรีซ (The Byzantine Period in Greece A.D. 323 – 1453) ครึ่งเดียวทางทิศตะวันออกของอาณาจักรโรมัน จักรพรรดิ์คอนสแตนตินได้ก่อตั้งเมืองหลวงใหม่ มีชื่อว่า“Nova Rome” มีความหมายว่า “โรมใหม่” (New Rome) หรือมีชื่อเสียงกันทั่วไปในชื่อว่า กรุงคอนสแตนติเตียนโนเปิล “Constantinople” (เดี๋ยวนี้ คืออิสตันบูล) การยอมรับด้านการเมืองแล้วก็การเปลี่ยนแปลงทางศาสนา ความศรัทธาของคริสตศาสนิกชน ได้เปิดช่องให้อาณาจักรโรมัน ดำเนินต่อไปในแบบอย่างศาสนาคริสต์ ในปี 1204 ภายหลังที่กรุงคอนสแตนตำหนิโนเปิลถูกขับไล่ด้วยความสามารถกองกำลังครูเสด ดินแดนของกรีซทั้งปวงตกอยู่ใต้เจ้าของเวนิเชียน การถูกรุกรานทำให้อิทธิพลของอาณาจักรไบแซนไทน์เสื่อมโทรม และก็ถึงวาระสุดท้ายเมื่อเติร์กเข้ายึดครองกรุงคอนสแตนติเตียนโนเปิลในปี 1453
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : http://33qquu.com

ขอบคุณบทความจาก : http://33qquu.com/สัมผัส-บาคาร่า-ออนไลน์-ช/

Tags : http://33qquu.com,33qquu.com,33qquu